ทาสีอีพ็อกซี่พื้น ราคา เท่าไหร่? รวมข้อมูลสำคัญที่เจ้าของบ้านและผู้ประกอบการควรรู้
การ ทาสีอีพ็อกซี่พื้น (Epoxy Floor Coating) กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับบ้าน โรงงาน โกดัง ลานจอดรถ หรือตึกสำนักงานที่ต้องการพื้นสวยงาม แข็งแรง ใช้งานได้นานกว่าเดิม ด้วยคุณสมบัติที่ทนทานต่อแรงกระแทก สารเคมี การเสียดสี และทำความสะอาดง่าย ทำให้หลายคนเริ่มให้ความสนใจบริการนี้มากขึ้น โดยคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดคือ ราคาในการทาสีอีพ็อกซี่พื้นอยู่ที่เท่าไหร่? บทความนี้จะสรุปข้อมูลทั้งหมดที่คุณควรรู้ พร้อมปัจจัยที่มีผลต่อราคา และคำแนะนำในการเลือกผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้
ทาสีอีพ็อกซี่พื้นคืออะไร?
อีพ็อกซี่ (Epoxy) คือสารเคลือบพื้นชนิดพิเศษที่เมื่อผสมกับตัวเร่ง (Hardener) จะกลายเป็นสารที่แข็งแรงมาก สามารถยึดเกาะผิวปูนได้ดี ช่วยให้พื้นดูเรียบเนียน เงางาม ป้องกันคราบน้ำมัน กันฝุ่น ลดปัญหาปูนร่อน และเพิ่มอายุการใช้งานของพื้นได้หลายปี
พื้นอีพ็อกซี่นิยมใช้ในหลายพื้นที่ เช่น
- โรงงานอุตสาหกรรม
- โกดังสินค้า
- พื้นโรงจอดรถ
- ลานจอดรถภายในอาคาร
- ห้องคลีนรูม
- ห้องครัว ร้านอาหาร
- พื้นบ้านหรือห้องรีโนเวท
ราคาทาสีอีพ็อกซี่พื้น 2026 โดยประมาณ
ราคาทาสีอีพ็อกซี่พื้นในไทยจะขึ้นอยู่กับประเภทของอีพ็อกซี่และสภาพพื้นเดิม โดยราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่:
1) Epoxy Coating 2 ชั้น (มาตรฐาน)
เหมาะกับงานทั่วไป เช่น พื้นโรงงาน ออฟฟิศ โกดัง
ราคา: 250 – 400 บาท/ตร.ม.
2) Epoxy Self-Leveling (พื้นเรียบเหมือนกระจก)
ให้ความสวยงามสูง พื้นเนียน ไม่มีรอยต่อ ทนสารเคมี
ราคา: 600 – 1,200 บาท/ตร.ม.
3) Epoxy กันลื่น พื้นผิวทราย/Flake System
เหมาะกับลานจอดรถ ห้องครัว โรงงานอาหาร
ราคา: 450 – 900 บาท/ตร.ม.
4) งานซ่อมพื้น + ลงอีพ็อกซี่
หากพื้นแตก ร้าว หลุดร่อน ต้องเก็บงานก่อน
ราคา: 80 – 300 บาท/ตร.ม. (เฉพาะค่าซ่อม)
หมายเหตุ: ราคาอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นกับพื้นที่ จำนวนตร.ม. และเกรดของสีอีพ็อกซี่ที่เลือก
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทาสีอีพ็อกซี่พื้น
1. พื้นที่งาน (จำนวนตร.ม.)
พื้นที่มาก ราคาต่อ ตร.ม. จะถูกลงเนื่องจากประหยัดค่าวัสดุและค่าแรง
2. สภาพพื้นเดิม
- พื้นเรียบ ไม่มีรอยร้าว → ราคาถูก
- พื้นเสียหายมาก ต้องขัด ปรับระดับ อุดรอยแตก → ราคาสูงขึ้น
3. ประเภทของอีพ็อกซี่
ยิ่งใช้เกรดคุณภาพสูง ความทนทานมาก ราคายิ่งเพิ่ม
4. ความหนาที่ต้องการ
Self-Leveling หนา 1–3 มม. ราคาสูงกว่า Coating ที่บางกว่า
5. สีและคุณสมบัติพิเศษ
สีพิเศษ เม็ดสี Metallic หรือระบบกันลื่น มีต้นทุนเพิ่ม
6. ค่าบริการผู้รับเหมา
ผู้รับเหมามืออาชีพมักมีราคาสูงกว่า แต่ได้งานคุณภาพและรับประกันงาน
ขั้นตอนการทาสีอีพ็อกซี่พื้นอย่างมืออาชีพ
การทาพื้นอีพ็อกซี่ให้สวยและคงทน จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ได้แก่:
1. เตรียมพื้นผิว
- ขัดพื้นด้วยเครื่องขัดหน้าปูน
- กำจัดคราบน้ำมัน สีเดิม หรือฝุ่นผง
- ตรวจสอบรอยแตก รอยร้าว อุดซ่อมให้เรียบ
2. ทา Primer Coat
ชั้นรองพื้นช่วยให้สีอีพ็อกซี่ยึดเกาะกับพื้นปูนได้ดีขึ้น
3. เทสีอีพ็อกซี่หรือทาสีชั้นแรก
- สำหรับ Coating ใช้ลูกกลิ้ง
- สำหรับ Self-Leveling เทแล้วใช้เกรียงปาดให้เรียบ
4. ทาสีชั้นที่ 2 หรือชั้นเคลือบ
เพิ่มความหนา ความเงา และความแข็งแรง
5. ปล่อยให้แห้ง
- เดินได้ภายใน 12–24 ชม.
- เปิดใช้งานหนักได้ภายใน 3–7 วัน
ข้อดีของการทาสีอีพ็อกซี่พื้น
✔ พื้นสวยงาม เงางามเหมือนใหม่
ทำให้พื้นที่ดูทันสมัยและเป็นมืออาชีพ
✔ ทำความสะอาดง่าย
เนื้อพื้นเรียบ ไม่มีฝุ่น หรือคราบสกปรกฝังในปูน
✔ ทนสารเคมีและคราบน้ำมัน
เหมาะกับโรงงานและพื้นที่ที่ต้องการมาตรฐานความสะอาด
✔ ป้องกันพื้นสึกหรอ
ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของพื้นปูนได้หลายปี
✔ ลดฝุ่นผงจากปูนร่อน
ดีต่อสุขภาพและการผลิตสินค้า
ทาสีอีพ็อกซี่พื้น เหมาะกับใครบ้าง?
- เจ้าของโกดัง โรงงาน
- ร้านอาหาร ร้านกาแฟ
- ผู้พัฒนาโครงการบ้าน/อาคาร
- ธุรกิจอู่รถ หรือคาร์แคร์
- เจ้าของบ้านที่ต้องการรีโนเวทพื้นที่ให้ดูใหม่
พื้นอีพ็อกซี่สามารถปรับลักษณะพื้นได้ตามความต้องการ เช่น พื้นกันลื่น พื้นเงา พื้นลายหินขัด ก็สามารถทำได้
เคล็ดลับเลือกผู้รับเหมาทาสีอีพ็อกซี่พื้นให้ได้งานคุณภาพ
1. เลือกผู้รับเหมาที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ประสบการณ์ทำงาน Epoxy สำคัญมาก เพราะต้องมีความละเอียดสูง
2. ดูภาพผลงานจริง
ยิ่งมีตัวอย่างงานเยอะ ยิ่งน่าเชื่อถือ
3. ขอใบเสนอราคาแบบละเอียด
ระบุชัดเจน เช่น
- ประเภทสี
- ความหนา
- ขั้นตอนงาน
- ระยะเวลารับประกัน
4. วัสดุควรเป็นของแท้และมีมาตรฐาน
เพื่อให้พื้นคงทน ไม่ลอกเร็ว
5. อย่าเลือกราคาถูกจนผิดปกติ
เพราะอาจใช้วัสดุคุณภาพต่ำหรือขั้นตอนงานไม่ครบ
สรุป: ทาสีอีพ็อกซี่พื้น ราคาเท่าไหร่คุ้มที่สุด?
การทาสีอีพ็อกซี่พื้นถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยให้พื้นสวย ทนทาน สะอาด และใช้งานได้ยาวนาน ราคาจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ ประเภทอีพ็อกซี่ และสภาพพื้นเดิม โดยราคาเฉลี่ยทั่วไปอยู่ที่ 250–1,200 บาท/ตร.ม.
หากต้องการงานคุณภาพ ควรเลือกผู้รับเหมาที่เชี่ยวชาญ ใช้วัสดุแท้ และทำตามขั้นตอนอย่างมืออาชีพ คุณจะได้พื้นที่ที่ดูดีเหมือนใหม่ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
