ทาสีอีพ็อกซี่พื้น ราคา เท่าไหร่? คู่มือเลือกสีอีพ็อกซี่พื้นให้คุ้มค่า ทนทาน และเหมาะกับงานของคุณ

 


ทาสีอีพ็อกซี่พื้น ราคา เท่าไหร่? คู่มือเลือกสีอีพ็อกซี่พื้นให้คุ้มค่า ทนทาน และเหมาะกับงานของคุณ

การ ทาสีอีพ็อกซี่พื้น ถือเป็นงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในโรงงาน โกดัง ลานจอดรถ รวมถึงบ้านพักอาศัย เพราะเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง ให้ความเงาสวย ทำความสะอาดง่าย และช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของพื้นคอนกรีตได้หลายปี แต่สิ่งที่เจ้าของพื้นที่มักสงสัยคือ ราคาในการทาสีอีพ็อกซี่พื้น อยู่ที่เท่าไหร่? อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาสูงหรือต่ำ? และควรเลือกแบบไหนดีเพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด

บทความนี้จะอธิบายทุกปัจจัยเกี่ยวกับราคาทาสีอีพ็อกซี่พื้น พร้อมคำแนะนำวิธีเลือกผู้รับเหมาที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่าที่สุด


ทาสีอีพ็อกซี่พื้น คืออะไร?

สีอีพ็อกซี่เป็นเคลือบพื้นชนิดชนิดพิเศษที่ทำจากเรซินผสมกับสารแข็ง ทำให้เกิดฟิล์มเคลือบที่แข็งแรงมาก สามารถป้องกันสารเคมี คราบน้ำมัน การขูดขีด และแรงกระแทกได้ดีมาก จึงนิยมใช้ในพื้นที่ที่ต้องการความเรียบร้อย ทนทาน และปลอดฝุ่น เช่น

  • พื้นโรงงานอุตสาหกรรม
  • พื้นโกดังสินค้า
  • พื้นลานจอดรถ
  • พื้นร้านอาหาร
  • พื้นห้องปฏิบัติการ
  • พื้นบ้านหรือคอนโดบางพื้นที่ (เช่น ห้องเก็บของ, โซนซักล้าง)

ทาสีอีพ็อกซี่พื้น ราคาโดยประมาณ

แม้ราคาอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่โดยทั่วไปแล้ว ราคาทาสีอีพ็อกซี่พื้น จะอยู่ที่ประมาณ

1. Epoxy Coating (ระบบบาง) : 150 – 350 บาท/ตร.ม.

เหมาะสำหรับพื้นที่ทั่วไปที่ไม่ต้องรับแรงมาก เช่น

  • โกดังขนาดเล็ก
  • ห้องเก็บของ
  • พื้นสำนักงานบางส่วน

2. Epoxy Self-Leveling (ระบบหนา) : 450 – 900 บาท/ตร.ม.

ระบบนี้จะให้พื้นผิวเรียบเนียนสวยแบบไร้รอยต่อ แข็งแรง และเงางามกว่า
เหมาะสำหรับ

  • โรงงานผลิต
  • พื้นที่ที่ต้องการความสะอาดสูง
  • พื้นที่ที่มีเครื่องจักรหนัก

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทาสีอีพ็อกซี่พื้น

1. สภาพพื้นเดิม

หากพื้นเดิมมีปัญหา เช่น

  • แตก
  • หลุดร่อน
  • เป็นหลุม
  • มีคราบน้ำมันหนัก
    ต้องทำการซ่อมก่อน ราคาจะเพิ่มขึ้นตามความยากง่าย

2. พื้นที่และจำนวนตร.ม.

งานปริมาณมากมักได้ราคาต่อ ตร.ม. ถูกกว่า เนื่องจากประหยัดค่าแรงและจำนวนรอบของงาน

3. ระบบอีพ็อกซี่ที่เลือก

  • ระบบบาง ราคาถูกกว่า
  • ระบบหนา ให้ความทนทานสูง ราคาสูงกว่า

ประเภทที่ใช้บ่อย เช่น

  • EP Coating (บาง)
  • Self-Leveling (หนา)
  • Epoxy 2K
  • Epoxy Primer

4. ความหนาของฟิล์มสี

ความหนา 300 ไมครอน ย่อมถูกกว่า 1,000–3,000 ไมครอน เพราะใช้สีมากกว่าและใช้เวลาทำนานกว่า

5. เฉดสีและชนิดของผิว

เฉดสีมาตรฐานราคาจะไม่สูง แต่สีพิเศษ เช่น สีตาม Pantone หรือสี Metallic อาจแพงขึ้น


ขั้นตอนการทาสีอีพ็อกซี่พื้นแบบมืออาชีพ

งานที่มีมาตรฐานควรประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้

1. ตรวจเช็กพื้นและประเมินสภาพ

ช่างจะดูความชื้น ความเรียบ และความแข็งแรงของพื้นคอนกรีต

2. ขัดผิวพื้นด้วยเครื่อง Shot Blast หรือ Grinder

เพื่อเปิดผิวให้สีเกาะได้ดี
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก หากทำไม่ดี สีจะหลุดง่ายในอนาคต

3. อุดรอยแตก – ซ่อมหลุม – ปรับระดับ

ใช้วัสดุซ่อมพื้นเฉพาะด้าน เช่น

  • Epoxy Putty
  • Epoxy Mortar

4. ลงรองพื้น (Primer)

ช่วยให้สีเกาะผิวพื้นได้ดี

5. ทา Epoxy Coating หรือเทพื้น Self-Leveling

เลือกตามระบบที่ต้องการ

6. ตรวจเช็กความเรียบ – ความหนา – ความเงา

ส่งมอบงานพร้อมรับประกัน


ข้อดีของการทาสีอีพ็อกซี่พื้น

เพิ่มความทนทาน

อีพ็อกซี่ป้องกันแรงกระแทก การขูดขีด และสารเคมีได้ดีมาก

ทำความสะอาดง่าย

พื้นเงา ไม่มีฝุ่น และไม่ซึมน้ำ

พื้นสวย เรียบ เนียน

ช่วยให้พื้นที่ดูเป็นมืออาชีพ เหมาะกับอาคารสำนักงาน โรงงาน และโชว์รูม

ป้องกันความชื้นและกันลื่น

สามารถเลือกผิวด้านหรือผิวกันลื่นได้

อายุการใช้งานยาว 3–10 ปี

ขึ้นอยู่กับระบบและการดูแลรักษา


วิธีเลือกผู้รับเหมาทาสีอีพ็อกซี่พื้นให้ได้งานคุณภาพ

1. ดูผลงานที่ผ่านมา

ควรมีผลงานจริง ไม่ใช่รูปจากอินเทอร์เน็ต

2. ขอรายละเอียดระบบงานและความหนา

เพราะผู้รับเหมาบางรายราคาถูกเพราะทำความหนาน้อยกว่ามาตรฐาน

3. ใช้วัสดุเกรดอุตสาหกรรม

เลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้ มีสเปกชัดเจน

4. มีสัญญาและรับประกันงาน

เพื่อความสบายใจในระยะยาว

5. ขอราคาพร้อมลงพื้นที่ประเมินฟรี

เพื่อได้ความชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด


ทาสีอีพ็อกซี่พื้น เหมาะกับใครบ้าง?

  • เจ้าของโรงงานหรือโกดัง
  • ธุรกิจที่ต้องการพื้นสวยและเป็นระเบียบ
  • หอพัก คอนโด และบ้านที่ต้องการพื้นทนทาน
  • โชว์รูมรถ ลานจอดรถ
  • โรงพยาบาล คลินิก ร้านอาหาร
  • โกดังแช่แข็ง หรือพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดสูง

สรุป: ทาสีอีพ็อกซี่พื้น ราคาไม่แพงอย่างที่คิด ถ้าเลือกให้เหมาะกับงาน

การเลือกทาสีอีพ็อกซี่พื้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาถูกที่สุด แต่ต้องดู

  • ระบบงานที่ใช้
  • ความหนา
  • สภาพพื้นเดิม
  • ประสบการณ์ผู้รับเหมา

หากเลือกถูกต้อง คุณจะได้พื้นสวย แข็งแรง ทนทาน และใช้งานได้ยาวหลายปี คุ้มค่ากว่าการซ่อมพื้นบ่อย ๆ อย่างแน่นอน


 

error: Content is protected !!